วันเสาร์, ธันวาคม 06, 2551

Google Hack เก็บข้าวของ เตรียมตัว Hack กันเลยยยย!!!!!



สวัสดีปีใหม่ 2552 ทุกท่าน หลังจากไม่ได้อัพเดตมานาน วันตอนนี้เราก็จะมาพูดเรื่อง การทำงานของ Google กันเลยครับ



เบื้องหลัง Google
เป็นข้อมูลสำคัญที่เราๆพลาดไม่ได้เลยนะครับ เพราะถ้าเข้าใจการทำงานของ กูเกิล เราก็จะเข้าใจ และเห็นภาพรวม เดี๋ยวคุณก็จะมาถามผมอีก เช่น

"หน้าแคชเพจ หรือหน้าที่ Google เก็บไว้คืออะไร?"

"แมงมุม โรบอท ของ Google เป็นยังไง?"

ฯลฯ
.......

ก็เลยต้องมาอธิบายไงครับ

ระบบการทำงานของ Google หรือ Search Engine อื่นๆ จะมี 3 ส่วนหลักๆ ดังนี้-

1. หน่วยค้นหาของมูล (ภาคส่ง)

ในหน่วยนี้จะเป็นโปรแกรมเล็กๆ ที่ชื่อว่า Search Engine Robots บ้างครั้งก็เรียกว่า Spider หรือ Crawler ในสายตาของฝรั่งก็หมายถึง แมงมุมที่ไต่ไปตามลิงค์ในหน้าเว็บ เพื่อคัดลอกหน้าเว็บทั้งหน้าแล้วส่งไปให้ เครื่องแม่ข่ายนั้นเอง โดย Google จะเรียกแมงมุมของตัวเองว่า "Googlebots" ซึ่งตอนนี้ก็พัฒนาเป็นรุ่น Googlebots 2.1 แล้ว

2.หน่วยจัดเก็บข้อมูล (ภาครับ)

ก็คือเครื่องแม่ข่าย หรือ Server ที่จะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี Hard Disk จำนวนมาก ไว้เก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลจาก แมงมุม ซึ่งในขณะนี้ Google มีเครื่อง Server จำนวน 300,000 up ครับ

โดย Google นั้นใช้ระบบปฏิบัติการทั้งหมดเป็น Linux ทั้งระบบเลยครับบบบบ ซึ่งจำนวน Server ที่มีมากมายขนาดนี้มักจะเรียกว่า Server Farm ครับ

3.หน่วยประมวลผลและแสดงผลการค้นหา (ภาคแปลกประหลาด พิสดาร เอ๊ยยยย!!!!!! ภาคแสดงผล ต่างหาก 555+)

หรือชื่ออย่างทางการคือ "หน่วยประมวลผลและจัดอับดับ" หรือ Search Engine Algorithm

จากคำพูดที่ว่า "โรบอทจะคัดลอกหน้าเว็บเพจที้งหน้า และส่งกลับมาที่ฐานข้อมูลเพื่อรอการประมวลผล" หมายความว่า หน้าเว็บที่ติดอับดันใน Google ไม่ใช้หน้าเว็บในขณะนี้เสมอไป

อาจจะเป็นหน้าเมื่อ 3-4 วันก่อน หน้าเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว หรือ เป็นเป็นนานเป็นครึ่งปีเลยก็ได้ครับ!!!!!! ยิ่งมีลิงค์มาหาน้อยเท่าไร ยิ่งมีโอกาสที่โรบอทจะมาเก็บข้อมูลใหม่น้อยลงเท่านั้น!!!!!

ส่วนเนื้อหาในตอนต่อๆไปผมจะบอกวิธีการเปิดหน้าเว็บที่ถูกเก็บบนกูเกิลเองครับ และวิธีสังเกตความเก่าใหม่ และความถี่ที่ Googlebots มาเก็บข้อมูลของหน้าเว็บนั้นๆ

แล้ว Googlebots หน้าตาเป็นอย่างไร? ก็อย่างที่ผมบอกไป มันเป็นแค่โปรแกรมเล็กๆ โปรแกรมหนึ่งเท่านั้นเอง(รึ) แต่ก็ยังมีฝรั่งมือดีมาวาดภาพมันให้เราดูคร้าบบบบ....

สถานที่ตั้งจริงๆ ของ Google ประเทศไทย

ก่อนอื่นเลยขอให้เพื่อนทุกคนได้เปิด http://www.google.co.th/ หรือ Google ประเทศไทยขึ้นมาก่อน เห็นอะไรไหม ไอ้กูเกิ้ล ที่มาโผล่อยู่หน้า web browser ของเพื่อนๆ นั้นคือ Google ประเทสไทย แต่ตัวหน้าเว็บของมันจริงๆ นั้นอยู่บน Sever ที่ห้องกรง เอ๊ยยยย...... ฮ่องกง นะคร้าบบบบ....

เจ้า Google.co.th ที่มาปรากฏหน้าเพื่อนๆ นั้นจะมาปรากฏเมื่อมีการเรียกใช้จากประเทศไทยครับ ถ้าเพื่อนๆ ไปใช้ Google ที่ญี่ปุ่น หรือ เกาหลี Google ที่มาโผล่ต่อหน้าเพื่อนจะเป็น Google ของ ญี่ปุ่น หรือ เกาหลี นั้นเอง..... เอ๊ะแต่ถ้าเราไปเล่นเน็ตที่ ประเทศนั้นยังไม่มี Google ประจำเว็บนั้นล่ะ? ไอ้ Google ก็จะจะเราโยนไปที่ Google.com ตัวหลักทันที

ส่วนประกอบลับ ของ Google.co.th


ท่านสามารถคลิกที่รูปเพื่อดูรูปขนาดใหญ่ได้

1.แท็บหมวดหมู่การค้นหาต่างๆ
เอาไว้สลับหมวดหมู่การค้นหาต่างๆ แค่การคลิกเท่านั้น!!!!!

  • เว็บ ก็คือการค้นหาเว็บไซต์ทั่วๆไป

  • รูปภาพ จำตอนที่ Googlebots มาสำรวจเว็บได้มั้ย? ตอนนั้นแหละที่ Googlebots ได้เก็บรูปมาด้วย ตรงนี้เองทำให้มีระบบค้นหารูป เพื่อใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลรูปให้ได้มากที่สุด

  • กลุ่มข่าว เอาไว้จับกลุ่มคุยเรื่องที่น่าสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แบบสภากาแฟนั้นแหละ

  • เว็บบล็อก (Blogs) เอาไว้ค้นหาบล็อกต่างๆ ที่กลาดเกลื่อนเต็มอินเทอร์เน็ต

  • สารบัญเว็บไซต์ เว็บไดเร็กทอรี่ ของ Google ที่ดึงข้อมูลมาจาก DMOZ www.dmoz.org

  • Gmail ฟรีอีเมล์จาก Google

  • ปฏิทิน โปรแกรม Microsoft Office Outlook ออนไลน์ นั้นเองครับ

  • ภาพถ่าย ค้นหาข้อมูลภาพถ่ายจากฐานข้อมูลของ Picasa Photo Album

  • Document สร้างเอกสาร ออนไลน์ แบบ Microsoft Office

  • Site บริการสร้างหน้าเว็บออนไลน์ จาก Google

  • กูรู เว็บบอร์ด ของ Google แบบ Pantip.com นั้นแหละครับ



2. ส่วนเมนูของสมาชิก
อันนี้สำหรับสมาชิกเท่านั้นนะครับ ต้องลองเข้าไปดูเอง

3.Logo
เป็นโลโก้หลักของ Google บางทีจะเปลี่ยนไปตามเทศกาล เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ วันสำคัญทางวิทยาศาสตร์ วันบุคคลสำคัญของโลก ฯลฯ ส่วนโลโก้เก่าที่ไม่ใช้แล้วจะถูกเก็บไว้ "ข้างใน" รอบให้เรามาล้วงหากัน

4.ช่องค้นหา
ตรงนี้แหละที่เอาไว้ระบุคำสั่ง Google Hack ของเรากัน

5.ลิงค์ปรับแต่งผลการค้นหา
เพื่อให้ผลการค้นหาแม่นยำขึ้น ตอนนี้ข้ามไปก่อนแล้วกันครับ

6.ปุ่มค้นหา
คลิกที่เดียว เสียวสะท้านโลกา....

7.ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย
ค้นส่วนน้อยครับ ที่จะรู้หน้าที่ของปุ่มนี้ มีถูกออกแบบมาเพื่อกด (รู้แล้วไม่ต้องบอก!!!!) และเป็นทางลัดของการค้นหา โดยเมื่อกดลงไป Google จะนำเราไปยังเว็บที่มีผลการค้นหาอันดับหนึ่งทันที!!!!! โดยไม่ต้องผ่าน หน้าแสดงผลการค้นหาครับบบ....

8.ปุ่มขอบเขตของการค้นหา
เจ้าปุ่มนี้เป็นตัวกำหนดของการค้นหา ดังนี้ครับ-

  • เว็บ ค้นหาเว็บไซตืทั่วโลก ทุกภาษา
  • หน้าที่เป็นภาษาไทย ค้นหาหน้าเว็บจากทุกมุมโลกที่เป็นภาษาไทย
  • หน้าของประเทศไทย ค้นหาหน้าเว็บที่มาจากประเทศไทยเท่านั้น (Made in Thailand) 555+


เอ... แล้วท่านทราบไหมครับว่า Google ใช้อะไรบอกว่า หน้าเว็บนี้เป็นของไทย เป็นของฝรั่ง เดี๋ยวผมจะบอกทีหลังครับ อดใจรอสักครู่

9.Switch Language ปุ่มภาษาสวิซ... เอ๊ยยยย ปุ่มสลับภาษา
หากคลิกแล้วหน้าตาของ Google.co.th จากภาษาไทยจะกลายเป็นภาษาอังกฤษทั้งหน้าครับ แล้วเจ้าปุ่มนี้กลายเป็นภาษาไทยแทน ไม่เชื่อก็ลองดูซิครับบบบบ......

10.เกี่ยวกับ Google
หากคลิกเข้าไปจะเป็นข้อมูลของบริษัท Google ในเชิงธุรกิจ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอะไรให้เข้าไปดูนะครับ แต่ตอนนี้เราข้ามไปก่อนแล้วกัน

11.ประตูสู่ Google.com ที่อเมริกา
ทีเด็ดเลยครับ ตามชื่อเลย และเจ้าลิงค์นี้จะมีประโยชน์ตอเรามากมายมหาศาลเลยครับ

เรื่องจริงผ่านจอ หน้าแสดงผลการค้นหาของ Google



ท่านสามารถคลิกที่รูปเพื่อดูรูปขนาดใหญ่ได้

1.อันดับผลการค้นหา หากเราไม่ได้ปรับแต่งอะไรจะมีแค่ 10 อันดับ โดยมาตรฐานครับ แต่เราสามารถปรับแต่ไปจนถึง 100 อันดับได้เลยครับ แต่ผมว่ามันไม่จำเป็นครับ เพราะยิ่งตั้งเยอะ ยิ่งโหลดนานครับ


2.จำนวนผลการค้นหาทั้งหมด ที่ Google เจอในฐานข้อมูลครับ ซึ่งตัวเลขนี้ใช้ชี้วัดปริมาณ Keyword ของเราที่เราค้นหาได้ แต่เอาไปใช้ในเชิงวิชาการไม่ได้ครับ

3.Keyword ของเราที่ใช้ค้นหาเอง บางทีมันก็เปลี่ยนเป็นลิงค์ เพื่อให้เราคลิกเพื่อค้นหา Keyword นั้นๆได้โดยตรงเลย


4.เวลาในการค้นหา เป็นเวลาที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลในฐานข้อมูล ก็ไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรนัก เหมือนกับโชว์ประสิทธิภาพมากกว่าครับ

5.Pay Per Click Result หรือ PPC หรือ ส่วนแสดงโฆษณาของผู้มาลงโฆษณาครับ จะเป็นสีเหลือง หรือสีฟ้า (ใน Google.com) อ่อน และคำกำกับว่า "ลิงก์ผู้สนับสนุน" โดยเจ้าของเว็บนั้นๆมาลงโฆษณาที่ Google โดยให้โฆษณาของตัวเองแสดงขึ้นตาม Keyword ที่เขากำหนดเองครับ โดยเยตังค์ตามครั้งที่คลิกครับ ไม่มีใครคลิกไม่ต้องจ่าย


6.Pay Per Click Result อีกอัน หรือที่เรียกว่าผลการค้นหาทางฝั่งขวา ซึ่งเหมือนกับอันบน แต่ต่างที่ผู้ลงโฆษณานั้นไม่มีคะแนนพอที่จะแสดงในส่วนที่ 6


8.ผลการค้นหาฝั่งซ้ายมือ หรือ Organic or Natural Result คือผลการค้นหาที่ออกมาจากระบบประมวลผล Google Algorithm จริงๆ มีการบอกขนาดไฟล์ด้วย ไฟล์หน้าเว็บเล็กมักจะทำผลงาน (อันดับ) ได้ดีกว่าหน้าเว็บใหญ่ๆจริงๆ

9.หน้าที่ถูก เก็บ!!!! ไว้ จำได้ไหมครับ ตอบที่ Googlebots มาเก็บหน้าเว็บเพจแล้วเอาไปเก็บไว้ในฐานข้อมูลในเครื่องแม่ข่ายเพื่อรอการประมวลผล นั้นแหละ!!!! หน้าเว็บที่ผมว่า


10.หน้าที่คล้ายกัน เป็นผลการค้นหาที่ Google "เชื่อว่า" มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกัน หรือสัมพันธ์กันในเชิงชู้สาว อุ๊บบบบบ!!!!! เช่นเว็บใน Server เดียวกัน แบบอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน อุ๊บส์ส์ส์ส์ส์ส์ส์ส์...... อีกรอบ แหม ละเอียดซะ.......

ผลการค้นหาแปลกๆ จาก กู....เกิ้ล


1.Site Link เมนูเว็บบนกูเกิ้ล

เป็นโบนัสสำหรับเว็บที่ติดอันดับมานาน และ Keyword ที่คนหากันมากด้วย Google ก็เลยมีรางวัลให้ยังที่เห็นดังภาพ





อันดับเทพ!!!! โดดเด่น!!!! ไม่เหมือนใคร!!!!!! ข้ามหน้าข้ามตาชาวบ้านเหลือเกิน สังเกตที่มีเมนูต่อท้ายครับ ทั้งชื่อ และลิงค์ตรงๆ จะใช้เงินซื้อก็ไม่ได้ รางวัลนี้ได้มาจากทุกคนที่ใช้กูเกิ้ลเท่านั้นครับ...
2.Site Alert


เมื่อ Google วิเคราะห์ว่า เว็บนี้มีความเสี่ยง อันตรายต่อผู้ใช้ คลิกเข้าไปมีหวังได้ล้างเครื่องแน่ๆ จึงได้สร้างระบบนี้ขึ้นมา ว่าเราเตือนคุณแล้ว เราไม่รับผิดชอบ







ถึงแม้ไม่มีผลต่อระบบจัดอันดับ แต่ก็ทำให้คนไม่กล้าเข้าไปอยู่พอสมควรเลยนะครับ ส่วนสาเหตุนะหรือ ผมคิดว่าส่วนใหญืมาจาก Host ติดไวรัสครับ




Google.co.th VS Google.com


1.เปิด Google.co.th และ Google.com ขึ้นมา


2.พิมพ์ Keyword คำว่า Home ลงไปในช่องค้นหาทั้ง 2

3.ลั่นไกค้นหาทันที


ดูรูปประกอบนะครับ






ดูรูปเต็มๆได้ที่ http://pahnhandsome.multiply.com/photos/album/2 ครับ




เห็นความแตกต่างอะไรมั้ยครับผลการค้นหาไม่เหมือนกัน นี้แหละครับที่ผมว่า เจ้าลิงค์ Switch to Google.com มีประโยชน์ เพราะ ถ้าต้องการหาเพลงฝรั่ง ต้องไปหาที่ Google.com ถ้าต้องการหาเพลงไทยๆ ต้องไปหาที่ Google.co.th เห็นประโยชน์หรือยังครับบบบบ..........


แล้ว Google ใช้อะไรระบุสัญชาติ?
1. IP ของ Host ที่เก็บเว็บไซต์
2.นามสกุลโดเมน เช่น .co.th .ac.th .or.th .in.th เป็นต้น
3.ภาษาหลักในเว็บไซต์

ทำได้ไง? เมื่อ Google เป็นอัจฉริยะด้านภาษา

ระบบตัดต่อคำภาษาไทย หรือ Thai Language Braking Algorithm ที่เพิ่งถูกเปิดตัวไม่นานมานี้มันอัจฉริยะตามคำร่ำลือจริงๆครับ ไม่เชื่อก็ลองดูครับ

ทั้งการผสมคำ การแยกคำ การแก้ไขแนะนำคำที่ถูกต้อง การค้นหาถึงรากศัพท์ หรือแม้แต่การเติมสระและวรรณยุกต์

เช่น data centor ผิมพ์ผิด ต้องเอาไปลองเองนะครับ 555+ ไม่อยากจะเอ่ย

ตัวเล็ก=ตัวใหญ่

ตอบตรงๆเลยนะครับว่า ระหว่าง S กับ s ใน Google ไม่ต่างกันเลยโดย กูเกิ้ลจะเห็นเป็นพิมพ์เล็กหมดเลยครับ ท่านก็ลองทดสอบดูก็ได้ครับ เช่น


  • sinkanok
  • SINKANOK
  • Sinkanok
มีความหมายเดียวกันครับ คือ sinkanok เหมือนกัน

คำเตือน! อย่าลืมเตรียมโปรแกรมดังต่อไปนี้!

1. โปรแกรม Anti Virus Anti Spyware อันนี้มันแน่อยู่แล้ว ถ้าคอมไม่มี ก็เหมือนคอมไม่มีภูมิคุ้มกัน โปรแกรมแอนตี้ไวรัส (ผมขอเรียกสั้นๆว่า โปรแกรมไวรัสแล้วกัน) ก็สามารถหาดาวน์โหลดง่ายๆตามอินเทอร์เน็ต หาจะซื้อมา หรือขอให้ร้านลงได้

2. โปรแกรมเล่นหนัง ฟังเพลง ดูรูป อันนี้ส่วนใหญ่จะมีติดคอมอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณไปดาวน์โหลดไฟล์หนัง ไฟล์เพลง ของต่างประเทศ ของฝรั่ง พวกนามสกุล FLV (อันนี้ผมรู้จัก) VOB (งง????) ISO (รู้จักแต่ ISO 9001 555+) MOD (อันนี้ของกล้อง JVC แหงๆ) ผมก็ขอแนะนำ.........

K-Lite Mega Codec โปรแกรมเล่นไฟล์มัลติมีเดียครอบจักรวาลลลลล......

กับ

VLC Media Player โปรแกรมดูหนัง (หนังอะไร ผมไม่รู้...)

สองอันนี้เป็นฟรีแวร์ หาดาวน์โหลดได้ใน Google

ส่วนโปรแกรมดูรูป ผมขอแนะนำ Picasa โปรแกรมดูรูปจาก Google เองครับ แต่ถ้ามีโปรแกรมอื่น เช่น ACDSee อยู่ในคอมแล้วก็ไม่ต้องหามาลงก็ได้

อย่าลืม Google Acount

ท่านสามารถสมัครได้ที่หน้า mail.google.com แล้วมองหาคำว่า สร้างบันชีผู้ใช้เดี๋ยวนี้ แล้วก็ทำตามที่ระบบบอกนะครับ แค่นี้ จบ...

ตอนต่อไปเราจะเข้าเรื่องการใช้คำสั่ง Hack กันคร้าบ สำหรับเรื่องนี้จบแล้วครับ สวัสดีครับ

วันศุกร์, พฤษภาคม 02, 2551

รู้จักพี่กู......เกิ้ล

ประวัติ
กูเกิลเริ่มก่อตั้งเมื่อ มกราคม พ.ศ.2539 จากโครงงานวิจัยสำหรับดุษฎีนิพนธ์ของ
แลร์รี เพจ และเซอร์เกย์ บริน นักศึกษามหาวิทยาลัยปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
จากสมมุติฐานของเสิร์ชเอนจินที่สามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของของเว็บไซต์ มาจัดอันดับการค้นหาที่เรียกว่าเพจแรงก์ โดยชื่อเสิร์ชเอนจินที่ตั้งมาในตอนนั้นชื่อว่า "แบ็กรับ" (BackRub) ตามความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลการลิงก์ย้อนกลับไป (back links) เพื่อวิเคราะห์ความสำคัญของแต่ละเว็บไซต์ โดยเว็บไซต์ที่มีเว็บไซต์อื่นลิงค์เข้ามาหามากที่สุด จะเป็นเว็บไซต์ที่มีความสำคัญสูงสุด และจะถูกจัดอันดับไว้ดีกว่า โดยทั้งคู่ได้ทดสอบเสิร์ชเอนจิน โดยใช้เซิร์ฟเวอร์ของมหาวิทยาลัยสแตนพอร์ดในชื่อโดเมนเนมว่า google.stanford.edu และต่อมาได้จดทะเบียนบริษัทกูเกิล (Google Inc.) ในวันที่ 7 กันยายน 2541
ในวันที่ 19 สิงหาคม 2547 ก็เปลี่ยนเป็นบริษัทมหาชน โดยถือหุ้น ในตลาดแนสแด็ก ชื่อ GOOG
และที่ ตลาดลอนดอน ชื่อ GGEA

Google มีหน้าสีดำด้วยหรือ?
บางคนบอกว่าไม่มี แต่ที่จริง หน้าสีขาวของ google เคยเป็นสีดำ ในวันที่ 29 มีนาคม 2551 ปีนี่แหละ
ในโครงการ Earth Hour โดยหน้าเป็นสีดำ พร้อมเขียนข้อความว่า "เราปิดไฟแล้ว ต่อไปตาคุณ" (We've turned the lights out. Now it's your turn.)

ชื่อ google
ชื่อ "Google" มาจากคำว่า "googol" ซึ่งแปลว่า 1 แล้วตามด้วย 0 จำนวน 100 ตัว

ผลิตภัณฑ์ของกูเกิล

ซอฟต์แวร์เดสก์ทอป
ซอฟต์แวร์ของกูเกิล จะเป็นซอฟต์แวร์ให้ดาวน์โหลดใช้งานฟรี และทำงานผ่านระบบของกูเกิล
1.กูเกิล ทอล์ก
ทอล์ก (Google Talk) ซอฟต์แวร์เมสเซนเจอร์และวีโอไอพี
2.กูเกิล เอิร์ธ
เอิร์ธ (Google Earth) ซอฟต์แวร์ดูภาพถ่ายผ่านดาวเทียมและภาพถ่ายทางอากาศ
3.ปีกาซา
ปีกาซา (Picasa) ซอฟต์แวร์สำหรับดูภาพภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ใช้งานคู่กับเว็บไซต์ปีกาซา
4.กูเกิล แพ็ก
แพ็ก (Google Pack) เป็นชุดซอฟต์แวร์พร้อมดาวน์โหลด ประกอบด้วย โปรแกรมของกูเกิลเองได้แก่ เดสก์ท็อป ปีกาซา ทูลบาร์ โฟโต้สกรีนเซฟเวอร์ เอิร์ธ ทอร์ก วิดีโอเพลย์เยอร์ และโปรแกรมอื่นรวมถึง
ไฟร์ฟอกซ์ สตาร์ออฟฟิศ อะโดบี รีดเดอร์ สไกป์
5.สเก็ตช์อัป
สเก็ตช์อัป (SketchUp) ซอฟต์แวร์สำหรับวาดภาพสเก็ตช์ และภาพ 3 มิติ

บริการทางอินเทอร์เน็ต
1.กูเกิล เสิร์ช
Google Search
เว็บไซต์เสิร์ชเอนจินค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต มีให้บริการมากกว่า 100 ภาษา
2.กูเกิล กรุ๊ปส์
Google Groups
บริการเว็บบอร์ด และสร้างเว็บไซต์ของกลุ่ม
3.กูเกิล ค้นหารูปภาพ
Google Image Search
บริการค้นหารูปภาพออนไลน์
4.กูเกิล แคเลนเดอร์
Google Calendar
บริการปฏิทินและจดวันนัดหมาย
5.จีเมล
Gmail
บริการอีเมล
6.กูเกิล ไซต์ไกสต์
Google Zeitgeist
บริการเปิดให้ดูคำค้นหา คำนิยม รูปแบบ และแนวโน้มในการค้นหาผ่านกูเกิลเสิร์ช
7.กูเกิล ด็อกส์
Google Docs
บริการใช้งานซอฟต์แวร์สำนักงานรวมถึง เวิร์ด สเปรดชีต พรีเซนเตชัน ให้ผู้ใช้สามารถได้ฟรีออนไลน์ โดยเพิ่มเติมความสามารถในการแชร์และให้ผู้ใช้หลายคนสามารถแก้ไขไฟล์เดียวกันพร้อมกันได้โดยผู้ใช้โดยเริ่มพัฒนาจากซอฟต์แวร์ ไรต์รี (Writely) และ กูเกิล สเปรดชีตส์ (Google Spreadsheet) เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อ 17 กันยายน พ.ศ. 2550
8.กูเกิล ทรานสเลต
Google Translate
บริการแปลข้อความผ่านเว็บไซต์ รวมถึงแปลเว็บไซต์ทั้งหน้า
9.บล็อกเกอร์
Blogger
บริการเขียนบล็อก
10.กูเกิล บล็อกเสิร์ช
Blog Search
บริการค้นหาบล็อก
11.ปีกาซา
Picasa
เว็บไซต์เก็บภาพ ใช้งานคู่กับซอฟต์แวร์ปีกาซา
12.กูเกิล เพจ
Google Page
บริการสร้างเว็บไซต์
13.กูเกิล แมปส์
Google Maps
บริการแผนที่ ค้นหาที่อยู่ ค้นหาธุรกิจและร้านอาหาร
14.ยูทูบ
YouTube
บริการให้โหลดแชร์วิดีโอ
15.กูเกิล วิดีโอ
Google Video
บริการค้นหาวิดีโอออนไลน์
16.กูเกิล เว็บมาสเตอร์
Google Webmaster
ให้บริการเครื่องมือสำหรับเว็บมาสเตอร์ ตรวจสอบเว็บไซต์ ค้นหาดัชนีการค้นหาผ่านกูเกิล ตรวจสอบโรบอตไฟล์
18.กูเกิล สกอลาร์
Google Scholar
บริการค้นหาวารสาร หนังสือ สิ่งตีพิมพ์ทางวิชาการ
19.กูเกิล สกาย
20.Google Sky
ดูดาว และระบบสุริยะจักรวาลผ่านเว็บไซต์
20.กูเกิล สารบบเว็บ
Google Directory
ค้นหาข้อมูลตามหมวดหมู่ ข้อมูลจาก ดีมอซ
21.ออร์กัต
Orkut
เครือข่ายสังคมออนไลน์ลักษณะคล้ายกับ ไฮไฟฟ์ และเฟซบุ้ก ออกแบบโดยวิศวกรกูเกิลชาวตุรกี ออร์กัต บือยืกเคิกเทน (Orkut Büyükkökten) เปิดใช้งานเมื่อ มกราคม 2547
22.กูเกิล แอดเซนส์
Google AdSense
ให้บริการโค้ดสำหรับติดตั้งโฆษณาบนเว็บไซต์ ทำงานคู่กับแอดเวิรดส์
23.กูเกิล แอดเวิรดส์
Google AdWords
บริการโฆษณาผ่านเว็บไซต์ที่ติดตั้งแอดเซนส์
24.กูเกิล แอนะลิติกส์
Google Analytics
บริการนับสถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ พร้อมระบบวิเคราะห์ผู้ใช้งาน
25.กูเกิล แอปส์
Google Apps
บริการใช้งานผลิตภัณฑ์และบริการของกูเกิลผ่านทางชื่อโดเมนส่วนตัว โดยแอปพลิเคชันที่สามารถใช้งานได้เช่น จีเมล แคเลนเดอร์ ทอล์ก ด็อกส์ โดยมีการให้บริการทั้งฟรีและเสียเงิน
26.ไอกูเกิล
iGoogle
ในชื่อเดิม เพอร์เซอนอลไลส์ ให้บริการทำหน้าเริ่มต้นในการเข้าชมเว็บไซต์ โดยสามารถนำเว็บฟีดและแกเจ็ตจากเว็บอื่นมารวมได้

โดยบริการที่อยู่ในขั้นทดลอง จะเปิดให้ใช้งานโดยจะมีคำว่า "Beta" อยู่ภายใต้โลโก้นั้นซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการกูเกิล แล็บส์ (Google Labs)

บริการผ่านโทรศัพท์มือถือ
1.Maps for mobile
2.Mobile
3.SMS

วันเสาร์, เมษายน 26, 2551

ปฐมบทแห่ง Google Hack

Google Hack คือไรอะ ??????
ถ้าพูดถีงการ Hack หลายๆท่านคงนึกถึง การเจาะระบบทำลายข้อมูล แต่ในที่นี่ เราจะเปลี่ยนการ "แฮ็ค"
เป็นสิ่งที่คุณสามารถทำอะไรก็ได้ ที่ไม่ไปทำลายลายสิ่งอื่น พบกับเรา และร่วมเดินทางไปด้วยกัน ใน sinkanok.blogspot.com

จากที่กว่าเกริ่นมาข้างต้นนี้ทำให้ท่านได้รู้ว่า กูเกิ้ลแฮ็ค จะไม่ไปทำลาย หรือก่อความเสียหายใดๆ แต่จะเป็นการใช้ กูเกลิ้ล เอ๊ย ! กูเกิ้ล ให้เป็นประโยชน์ ให้คุ้มกับที่เกิดมา (โห!)
google hack เป็นการให้เทคกะนิคในการค้นหาขั้นสูง ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับ search engine google แห่งเดียวเท่านั้น!!!!!! MSN Live Yahoo ยังใช้เทคนิคนี้ไม่ได้

ไอ้คำสั่งแปลกๆๆๆทั้งหมดที่เราจะได้รู้กัน จะได้อารมณ์แปลกประมาณว่า "ขี่จักรยาน" เป็นครั้งเดียวติดตัวไปตลอดชีวิตเลย (หรือว่าตราบเท่า กูเกิ้ล เปิดกิจการอยู่)
ไม่ต้องใช้โปรแกรมอะไรมากมาย ไม่ต้องใช้อะไรทั้งนั้น กูเกิ้ลคือของฟรีทุกอย่างฟรีฟรีๆๆๆๆ สบายใจไดเลยไม่ต้องกังวลอะไรเลย ขอแค่มีกูเกิ้ลปรากฎบนหน้าจอ คอมฯ ของคุณก็พอแล้ว


ต้นกำเนิด

กูเกิ้ลแฮ็คเป็นเทค-กะ-นิค ที่ทีมงานของพี่กู..........ได้สร้างขึ้นมา ต้นตำรับของเทคนิคนี้ มีมากว่า 10-10 (สิบๆ) ปีแล้ว โดยเริ่มที่ altavista ประมาณ 2540 ตอนนั้นยังไม่มีเทคนิคอะไรมาก แต่แล้วก็เหมือนิทานหลอกเด็ก เพราะกูเกิ้ลหยิบเอาไปพัฒนาต่อ จากพี่ใหญ่ AltaVista Hack

ผลที่ได้คือ ค้นหาข้อมูลได้ทุกประเภท ทุกอย่างเลย แม่นยำขึ้น สาบานได้ ไม่งั้นขอให้ฟ้าผ่าบ้าน (พ่อค้ายาบ้า) ได้เลย ซึ่งมากถีง 500% ทีเดียว โอโห

Google Hack มีอีกหลายชื่อเช่น "Search Engine Hacking" "Search Engine Advance Operator" "Search Engine Advance Syntax Command" (ยาวจัง) โดยความหมายรวมรวม คือการใช้คำค้นหาขั้นสูง ในการค้นหาข้อมูล แต่เรียกติดปากว่า "Google Hack" นั้นเอง...

จะทำกูเกิ้ลแฮ็คต้องมีอะไรบ้าง?
พอมาถึงตรงนี้บ้างคนก็กังวลว่าจะไหวเปล่า ดูมันเกี่ยวกับโปรแกรมเมอร์ยังไงไม่รู้ ฉันไม่เก่งง่ะ

ใจเย็นไว้(ปร้า)ซาร่า!!!!! อย่าลืมสิ่งที่ผมบอก ขอให้มีกูเกิ้ล โผล่อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็พอ
นอกจากนี้ต้องมี -
1.คอมพิวเตอร์ ที่ต่อ อินเทอร์เน็ตได้ และเข้าใช้ กูเกลิ้ล ไม่ใช่ซิ กูเกิ้ลได้
2.ความเลว เอ๊ย เร็วของอินเทอร์เน็ต ถึงไม่สำคัญนัก แต่มันก็ไม่ทันใจป้าซาร่า
3.พิมพ์ Keyboard เป็น... ขอให้พิมพ์เป็น ไม่ต้องเร็วจนแป้นพิมพ์ไหม้ นั่นก็เวอร์เกิน
4.เคยใช้งานกูเกิ้ล สักครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าครั้งนั้นจะนานแค่ไหน ผมรับได้ทุกอย่าง(...?!?...)

และ 5.ภาษาอังกฤษ อืม...ต้องมีทักษะ พออ่านออกเขียนได้ก็พอ...



Web Hack VS Google Hack

อย่างที่บอกการทำ กูเกิ้ลแฮ็คไม่ใช้การโจมตีเว็บ กล่าวคือแค่ เป็นการเข้าถึงข้อมูลที่เจ้าของเว็บเปิดประตูไว้เฉยๆๆ แค่นี้

การแฮ็คเว็บไซร้ ต้องไปหาเป้าหมาย แล้วหมายช่องโหว่

แต่กูเกิ้ลแฮ็คโอโฮ้ เลือกช่องโหว่ แล้วไปโผล่ที่เป้าหมาย

ขอบเขต กูเกิ้ลแฮ็ค

อย่างที่กล่าวข้างต้น เราจะแค่เข้าไปดู หรือ โหลด แต่ไม่ได้ควบคุมไงละครับ

ข้อมูลเราเป็นของเรา แต่พอกูเกิ้ลมาเจอ เท่านั้นแหละ ข้อมูลเราจะเป็นของสาธารณะทันที
จึงต้องมีการกั้นด้วย robots.txt

เอาล่ะครับ เก็บข้าวเก็บของใส่กระเป๋าแล้วเดินทางไปกับเรา กูเกิ้ลแฮ็คได้เลย

วันอังคาร, เมษายน 22, 2551

สภาวะโลกร้อน

สภาวะโลกร้อน คือ สภาวะที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นจากภาวะเรือน กระจก หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ว่า Green house effect ซึ่งมีต้นเหตุจากการที่มนุษย์ ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จาก การเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ การขนส่ง และ การผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม

สาเหตุ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน
1. CO2 คาร์บอนไดออกไซต์
2.ก๊าซมีเทน ( CH4)
3.ก๊าซไนตรัสออกไซด์ ( N2O)
4.ก๊าซไฮโดรฟลูโรคาร์บอน ( HFCS)
5.ก๊าซเปอร์ฟลูโรคาร์บอน ( CFCS) และ
6.ก๊าซซัลเฟอร์เฮกซ่าฟลูโอโรด์ ( SF6 )

ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ( co2) มาจากมนุษย์ประเทศไหนมากที่สุด จากตัวเลขที่ได้สำรวจล่าสุดนั้นเรียงตามลำดับประเทศที่ปล่อยควันพิษของโลกมีปริมาณสะสมมาตั้งแต่ปี 1950 ดังนี้ :-
1. สหรัฐอเมริกา 186,100 ล้านตัน
2. สหภาพยุโรป 127,800 ล้านตัน
3. รัสเซีย 68,400 ล้านตัน
4. จีน 57,600 ล้านตัน
5. ญี่ปุ่น 31,200 ล้านตัน
6. ยูเครน 21,700 ล้านตัน
7. อินเดีย 15,500 ล้านตัน
8. แคนาดา 14,900 ล้านตัน
9. โปแลนด์ 14,400 ล้านตัน
10. คาซัคสถาน 10,100 ล้านตัน
11. แอฟริกาใต้ 8,500 ล้านตัน
12. เม็กซิโก 7,800 ล้านตัน
13. ออสเตรเลีย 7,600 ล้านตัน

ผลกระทบ
1. ผลกระทบด้านนิเวศวิทยา แถบขั้วโลกได้รับผลกระทบมากสุดและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งภูเขาน้ำแข็ง ก้อนน้ำแข็งจะละลายอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำทะเลทางขั้วโลกเพิ่มขึ้น และไหลลงสู่ทั่วโลกทำให้เกิดน้ำท่วมได้ทุก ทวีป นอกจากนี้จะพลอยทำให้สัตว์ทางทะเลเสียชีวิตเพราะระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง
ส่วนทวีปยุโรป ยุโรปใต้ภูมิประเทศจะกลายเป็นพื้นที่ลาดเอียงเกิดความแห้งแล้ง ในหลายพื้นที่ปัญหาอุทกภัยจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากธารน้ำแข็งบนบริเวณยอดเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะจะละลายจนหมด
ขณะที่เอเชียอุณหภูมิจะสูงขึ้นเกิดฤดูกาลที่แห้งแล้ง มีน้ำท่วม ผลิตผลทางอาหารลดลง ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นสภาวะอากาศ แปร ปรวนอาจทำให้เกิดพายุต่าง ๆ มากมายเข้าไปทำลายบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชน ซึ่งปัจจุบันก็เห็นผลกระทบได้ชัดไม่ว่าจะเป็นใต้ฝุ่นกก
แต่แถบทวีปอเมริกาเหนืออุตสาหกรรมการผลิตอาหารจะได้รับผลประโยชน์เนื่องจากอากาศที่อุ่นขึ้น พร้อม ๆ กับทุ่งหญ้าใหญ่ของแคนาดาและทุ่งราบใหญ่สหรัฐอเมริกาจะล้มตายเพราะความแปรปรวนของอากาศส่งผลต่อสัตว์
2. ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ รัฐที่เป็นเกาะเล็ก ๆ ของทวีปอเมริกาจะได้รับผลจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นกัดกร่อนชายฝั่ง จะสร้างความเสียหายแก่ระบบนิเวศ แนวปะการังจะถูกทำลาย ปลาทะเลประสบปัญหา เนื่องจากระบบนิเวศที่แปรเปลี่ยนไป ธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญจะสูญเสียรายได้มหาศาล
นอกจากนี้ ในเอเชียยังมีโอกาสร้อยละ 66-90 ที่อาจเกิดฝนกระหน่ำและมรสุมอย่างรุนแรง รวมถึงเกิดความแห้งแล้งในฤดูร้อนที่ยาวนาน ทั้งนี้ ในปี 2532-2545 ประเทศไทยเกิดความเสียหาย จากอุทกภัย พายุ และภัยแล้ง คิดเป็นมูลค่าเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 70,000 ล้านบาท
3. ผลกระทบด้านสุขภาพ ภาวะโลกร้อนไม่เพียง ทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงไปแต่มีสิ่งซ่อนเร้นที่แอบแฝงมาพร้อม รากฏการณ์นี้ด้วยว่าโลกร้อนขึ้นจะสร้างสภาวะที่พอเหมาะพอควรให้เชื้อโรคเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
เดวิท พิเมนเทล นักนิเวศวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยคอร์ แนลในอเมริกา ระบุว่าโลกร้อนขึ้นจะก่อให้เกิด สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การฟักตัวของเชื้อโรคและศัตรูพืช ที่เป็นอาหารของมนุษย์บางชนิด โรคที่ฟักตัวได้ดีในสภาพร้อนชื้นของโลก จะสามารถเพิ่มขึ้นมากในอีก 20 ปีข้างหน้า ทั้งจะมีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นในโรคมาลาเรีย ไข้ส่า อหิวาตกโรค และอาหารเป็นพิษ

ป้องกันอย่างไร
1. ลดระยะทางที่ใช้สำหรับการขน ส่งอาหาร เนื่องจากมลพิษจากการขนส่งนั้น
2. ปิดเครื่องปรับอากาศเมื่อไม่จำเป็น
3. ลดระดับการใช้งานเครื่องใช้ ไฟฟ้าลงแม้เพียงน้อยนิด
4. นำกระดาษหรือภาชนะบรรจุอื่นๆ กลับไปใช้ใหม
5. รักษาป่าไม้ให้ได้มากที่สุด และปลูกป่า
6. ลดการใช้น้ำมัน จากการขับขี่ยวดยานพาหนะ
7. ทดลองเดินให้มากที่สุด แม้จะเมื่อขา แต่เราคิดว่าจะช่วยโลก และบ้านเราไม่ให้จมน้ำ

Earth day

วันคุ้มครองโลก (Earth Day) ถือเป็นวันสำคัญของขบวนอนุรักษ์ธรรมชาติทั่วโลก ตรงกับวันที่ 22 เมษายน ของทุกปี
วันคุ้มครองโลกถือกำเนิดในสหรัฐอเมริกาเมื่อ 27 ปีก่อน ในวันที่ 22 เมษายน 2513 นักอนุรักษ์ธรรมชาติกลุ่มหนึ่งได้จัดให้มีการแสดงพลังครั้งใหญ่ เพื่อปลุกเร้าจิตสำนึกเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งนับวันยิ่งถูกมนุษย์ทำลาย ในการแสดงพลังครั้งนั้นมีผู้เข้าร่วมกว่า 20 ล้านคนและปรากฏขึ้นตามเมืองใหญ่ ๆ เกือบทั้งสหรัฐ
หลังจากนั้นความห่วงใยปัญหาสภาพแวดล้อมของสหรัฐก็เพิ่มพูนขึ้น มีการออกกฎหมายควบคุมการกระทำที่สร้างความเสียหายให้กับธรรมชาติ สำหรับประเทศไทยเริ่มพูดถึงวันคุ้มครองโลกครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2533 ถือเป็นการเริ่มต้นของสังคมไทยยุคเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะหลังจากสืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งกระทำอัตวินิบาตกรรม(ฆ่าตัวตาย) และเมื่ออาจารย์และนักศึกษาร่วมกัน 16 สถาบันได้จัดงานวันคุ้มครองโลกขึ้นเพื่อรณรงค์ให้คนไทยเห็นความสำคัญของป่าอนุรักษ์ และตระหนักถึงวิกฤตการทำลายสัตว์ป่าและป่าไม้ประเทศไทย ยังมีการจัดงานเพื่อหาทุนเข้ามูลนิธิสืบนาคะเสถียร เพื่อใช้ในการปกป้องรักษาผืนป่า ที่เป็นมรดกของโลกอีกด้วย

ความเป็นมาของวันคุ้มครองโลก
ชนวนความคิดเรื่องวันคุ้มครองโลกเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 โดยสมาชิกวุฒิสภา เกย์ลอร์ด เนลสัน (Senator Gaylord Nelson) ซึ่งต่อมาก็เป็นผู้ที่ก่อตั้งวันคุ้มครองโลกได้สำเร็จ
ก่อนที่ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมจะเข้าไปสู่ความสนใจของประชาคมโลก พลเมืองโลกระดับรากหญ้า ได้ตระหนักถึงปัญหาความเสื่อมโทรมทางสิ่งแวดล้อม ที่ปรากฏให้เห็นโดยทั่วไปอย่างเด่นชัดเป็นอย่างดี ในทางกลับกันนักการเมืองระดับประเทศกลับมองไม่เห็น ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า หัวข้อเรื่องสิ่งแวดล้อมดังกล่าว จะไม่เคยได้รับการบรรจุเข้าไปในวาระการประชุมทางการเมืองระดับชาติเลย
อย่างไรก็ตาม แนวคิดเรื่องการกำหนดให้มีวันคุ้มครองโลกขึ้นก็มีความผันแปรเรื่อยมา จากครั้งแรกที่มีการนำเสนอตลอดระยะเวลา 7 ปีของการรณรงค์ จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2512 วุฒิสมาชิกเนลสัน ได้ตัดสินใจจัดให้มีการชุมนุมประชากรระดับรากหญ้าทั่วประเทศขึ้น เพื่อแสดงความคิดเห็นในปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม และได้เชิญชวนทุกๆ คนให้เข้าร่วมในการชุมนุมดังกล่าว ผลจากความห่วงใยเรื่องวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ของคนในสังคมขณะนั้น ทำให้กลุ่มคนจำนวนมากเข้าร่วมการชุมนุมในครั้งนั้น ซึ่งเป็นที่ปรากฏชัดว่า กิจกรรมชุมนุมดังกล่าวเป็นการนำไปสู่ความสำเร็จอันงดงามของการก่อตั้งวันคุ้มครองโลกขึ้นในที่สุด วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2513 “วันคุ้มครองโลก” ก็ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก นิตยสาร อเมริกัน เฮริเทจ (American Heritage Magazine) ฉบับเดือนตุลาคม พ.ศ. 2536 ได้หวนรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “เป็นเหตุการณ์ที่โดดเด่นที่สุดเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของประชาธิปไตย”